ประวัติ

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

นามเดิม ฝั้น สุวรรณรงค์ ฉายา อาจาโร

  • เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2442
  • มรณภาพเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2519
  • สิริอายุ 77 ปี
  • พำนัก ณ วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นศาสนทายาทธรรมองค์สำคัญของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ผู้ทรงวัตรปฏิบัติอันงดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่ประจักษ์ในปฏิปทาและสืบเนื่องมั่นคง

ท่านได้รับการยกย่องจากหลวงตา มหาบัว ญาณสัมปันโน ว่าเป็น “เพชรน้ำหนึ่งแห่งพระกรรมฐาน”

หลังได้รับโอวาทอันถึงใจจากหลวงปู่มั่น “ ให้เป็นผู้ตั้งใจ ปรารภความเพียรแรงกล้า เด็ดเดี่ยว ไปลำพังองค์เดียว เที่ยววิเวก อย่าได้คลุกคลี ให้ ยินดีต่อความสงบ อย่ามักมาก ยินดีในความมักน้อย เป็นผู้สันโดษพอใจในปัจจัยสี่แต่ที่ตนมีอยู่แล้วได้มาโดยชอบธรรม นี้เป็นอริยะประเพณี ” หลวงปู่ฝั้นจึงได้ตั้งสัตย์ปรารภความเพียรอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ออกธุดงค์วิเวกเพียงลำพังในป่าเขาลำเนาไพร ฝึกจิตให้กล้าหาญ เป็นนักต่อสู้เพื่อเอาชนะกิเลสตัณหา ปฏิบัติความเพียรทั้งกลางวันกลางคืนของท่านทำให้จิตมีกำลังกล้าแน่วแน่ ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค บากบั่นพากเพียรออกธุดงค์ตามป่าเขาอย่างไม่อาลัยเสียดายชีวิต และแม้ท่านมีอาการอาพาธเมื่อใดท่านจะบำบัดรักษาด้วยธรรมโอสถเสมอ

ในสมัยที่พระกรรมฐานยังถูกเข้าใจคลาดเคลื่อนและยังไม่ได้รับการยอมรับและได้รับการโจมตีจากพระท้องถิ่นตลอดจนเจ้าคณะ ท่านได้เป็นผู้นำในการอธิบายหลักพระวินัยอย่างสุขุมแยบคาย ปกป้องแนวทางธุดงควัตรมิให้ถูกดูหมิ่น ด้วยสติปัญญาเฉียบคมแต่เปี่ยมด้วยความเคารพต่อผู้ใหญ่ และได้แสดงธรรมให้กับพระผู้ใหญ่นั้นว่า “ดีแล้วที่จะมาไล่กรรมฐาน อะไรเป็น กรรมฐาน กรรมฐานอยู่ที่ไหน ไม่ใช่ เกสา ผม โลมา ขน นขา เล็บ ทันตา ฟัน ตะโจ หนัง เหล่านี้หรือเป็นกรรมฐาน มันมีอยู่ที่เราทุกคนมิใช่หรือสิ่งเหล่านี้”

จิตตานุภาพของท่านเป็นที่กล่าวขานในหมู่พระและศิษยานุศิษย์ ทั้งเหตุการณ์อธิษฐานจิตขอฝนในยามทุพภิกขภัย การระงับเหตุวุ่นวาย และเหตุอัศจรรย์อื่น ๆ ซึ่งล้วนสะท้อนถึงพลังสมาธิอันแก่กล้า อย่างไรก็ตาม ท่านมิได้มุ่งแสดงอภินิหาร หากมุ่งสอนให้ยึดมั่นในคุณธรรม ความเพียร และการขัดเกลากิเลสเป็นสำคัญ

แม้จะเป็นพระผู้เคร่งครัดวิเวก หลวงปู่ฝั้นยังมีเมตตากว้างไกลต่อสังคม ท่านได้ริเริ่มก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งแรกของอำเภอพรรณานิคม ด้วยกำลังศรัทธาของศิษยานุศิษย์ มิได้อาศัยงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อบรรเทาทุกข์ทางกายแก่ประชาชน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระผู้มิได้เป็นเพียงครูทางธรรม หากยังเป็นที่พึ่งของชุมชนทั้งกายและใจ

ปฏิปทาของหลวงปู่ฝั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย สุขุม เยือกเย็น มีกิริยามรรยาทงดงาม เปี่ยมด้วยเมตตา มีความมั่นคงดุจช้างใหญ่ย่างก้าวอย่างสง่างาม ท่านจึงรับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทุกระดับชั้น ทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญแห่ง “กองทัพธรรมพระกรรมฐาน” ผู้สืบทอดอริยประเพณีให้รุ่งเรืองสืบมา

เจดีย์และพิพิธภัณฑ์วัดป่านาคนิมิตต์