ก่อนบวชท่านเป็นหัวหน้านายฮ้อย (พ่อค้าควาย / วัว) ผู้มีความอาจหาญ อดทน และมีไหวพริบในการเผชิญอันตราย จนสามารถสร้างฐานะมั่นคงและเป็นที่เคารพของผู้คน เมื่อประสบความสูญเสียครั้งใหญ่จากเหตุการณ์ภรรยาของท่านเสียชีวิต ท่านจึงสละทรัพย์สินทั้งหมดออกบวช เดิมท่านได้เข้าบวชในฝ่ายมหานิกาย และด้วยปณิธานที่จะปฏิบัติขัดเกลากิเลสด้วยความมุ่งมั่นนั้น ท่านจึงคงแสวงหาครูบาอาจารย์เพื่อชี้แนวทางปฏิบัติ ในที่สุดท่านได้เดินทางฝ่าป่าดงดิบเพื่อออกตามหาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และขอถวายตัวเป็นศิษย์
ก่อนท่านจะญัตติกรรมเป็นธรรมยุตินิกาย หลวงปู่มั่นได้ให้ท่องปาฏิโมกข์ แม้มิได้เรียนหนังสือมาก่อน ท่านก็อาศัยความเพียรจดจำและฝึกอ่านควบคู่กันไป ซึ่งใช้เวลาถึง 3 ปี จึงท่องได้ ขณะที่ท่านศึกษาธรรมะกับหลวงปู่มั่นอยู่นั้นท่านได้เกิดสภาวะธรรม ส่งผลให้มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างที่สุด จิตใจขณะนั้นเกิดความอาจหาญ ไม่หวั่นเกรงต่อภัยใด ๆ พร้อมสละชีวิตเพื่อการประพฤติปฏิบัติธรรม
ท่านเป็นผู้สันโดษ ชอบวิเวกอาศัยอยู่ตามที่อันสงัด อยู่ตามป่าเขา ท่านอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้หันมานับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
หลวงปู่กงมาได้เปลี่ยนสถานที่อันน่าหวาดกลัว ให้กลายเป็นวัดป่าน่ารื่นรมย์ และได้สร้างศาสนทายาทแก่พระพุทธศาสนาอีกหลายองค์เพื่อสืบทอดการปฏิบัติของวงศ์พระวิปัสสนากรรมฐานในหลายพื้นที่ รวมทั้งสร้างวัดดอยธรรมเจดีย์จนเป็นที่เลื่องลือในนาม “มหาวิทยาลัยป่า”