ประวัติ

หลวงปู่อว้าน เขมโก

พระราชวชิรเขมคุณ วิ.

นามเดิม อว้าน ศรีบุญโฮม ฉายา เขมโก

  • เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2478
  • พำนัก ณ วัดป่านาคนิมิตต์ จังหวัดสกลนคร

หลวงปู่อว้าน เขมโก เป็นพระกรรมฐานฝ่ายวิปัสสนาธุระ ผู้เติบโตท่ามกลางร่มเงาของพระบูรพาจารย์ตั้งแต่วัยเยาว์

ด้วยบิดาของท่านเป็นผู้มีศรัทธาอุปัฏฐากหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล เมื่อครั้งธุดงรุกขมูลมาบำเพ็ญภาวนา ณ เสนาสนะป่าบ้านนามน แม้ในขณะนั้นท่านยังไม่ถือกำเนิด แต่เหตุปัจจัยดังกล่าวได้วางรากแห่งศรัทธาให้ครอบครัวตั้งมั่นในพระรัตนตรัย อีกทั้งยังได้รับความเมตตาจากหลวงปู่กงมา จิรปุญโญ  พระบูรพาจารย์ผู้อาจหาญทางธรรมซึ่งมีศักดิ์เป็นอาเขย 

เมื่อหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้จาริกธุดงค์ตามรอยหลวงปู่เสาร์มาพำนักและจำพรรษา ณ เสนาสนะป่าบ้านนามน ขณะนั้นหลวงปู่อว้านมีอายุประมาณ 8 ขวบ ท่านจึงได้มีโอกาสใส่บาตรหลวงปู่มั่นและพระลูกศิษย์ที่ได้มาอยู่ศึกษาธรรมปฏิบัติกับหลวงปู่มั่น

เมื่ออายุ 12 ปีท่านได้ติดตามหลวงปู่กงมา จิรปุญโญ ไปกราบหลวงปู่มั่นที่วัดป่าบ้านหนองผือ และได้มีโอกาสฟังพระธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่นซึ่งท่านได้จดจำและน้อมนำมาปฏิบัติอยู่เสมอ

ท่านอายุ 19 ปี หลวงปู่อ่อน ญาณสิริได้ชักชวนให้บวช ท่านพิจารณาเห็นว่ายังไม่รู้จักทางแห่งบุญ จึงตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร และติดตามหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ไปอยู่วัดป่านิโครธาราม จ. อุดรธานี เพื่อศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ต่อมาท่านจำต้องลาสิกขาเพื่อเกณฑ์ทหารและเข้ารับราชการทหาร โดยก่อนลาสิกขาท่านได้อธิษฐานต่อหน้าพระปางปาลิไลยก์ ที่วัดป่าสุทธาวาส ให้ได้กลับเข้ามาบวชอีก 

หลังปลดประจำการทหาร ท่านได้ช่วยพี่ชายสร้างบ้านให้แม่ และได้อุปสมบทอีกครั้งในวันที่ 3 กรกฏาคม พ.ศ 2503 ตามคำชวนของหลวงปู่กงมา จิรปุญโญ และได้พำนักศึกษาปฏิบัติธรรม ณ วัดดอยธรรมเจดีย์ตลอด 5 พรรษา จากนั้นได้กราบลาหลวงปู่แบน ธนากโร เพื่อไปอยู่กับหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ อีกครั้ง ณ​ วัดป่านิโครธาราม จ. อุดรธานี

เมื่อโยมมารดาของท่านเข้าสู่วัยชราได้ล้มป่วย ท่านจึงกลับมาบ้านนามนอีกครั้ง โดยพำนัก ณ เสนาสนะป่าบ้านนาใน ขณะที่ท่านพำนักอยู่นั้น ได้เกิดนิมิตเห็นครูบาอาจารย์มากมายปรากฏอยู่ในเสนาสนะป่าบ้านนามนแห่งนี้ เมื่อท่านได้นำนิมิตนั้นมาพิจารณา จึงเห็นว่าหากอยู่พำนักปฏิบัติธรรม ณ สถานที่แห่งนี้จะเป็นมงคลแก่ตนเอง ท่านจึงตัดสินใจที่อยู่ดูแลรักษาสถานที่ของครูบาอาจารย์ และตั้งปณิธานว่าจะรักษาข้อวัตรปฏิปทาของบูรพาจารย์พระวิปัสสนากรรมฐาน รวมถึงอนุรักษ์พัฒนาวัดป่านาคนิมิตต์เพื่อให้เป็นศาสนสถานที่เอื้อเฟื้อต่อการปฏิบัติภาวนา 

ท่านเป็นผู้มักน้อย ความสันโดษ ชอบวิเวกในที่สงัด ไม่คลุกคลีกับหมู่คณะ ปรารภความเพียร ไม่สร้างวัตถุบูชา ไม่เน้นสร้างศาสนวัตถุ ท่านนำพาศิษยานุศิษย์ ถือธุดงควัตร เน้นการทำความเพียร เดินจงกรม และเน้นหนักในการศึกษาพระธรรมวินัย โดยเฉพาะการอ่านขยายความหนังสือบุพพสิกขาวรรณนา ซึ่งผู้อุปสมบทจะต้องศึกษาเป็นเบื้องต้น เพื่อให้สามารถรักษาตน ดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัยได้อย่างมั่นคง และท่านยังอนุรักษ์พัฒนาวัดป่านาคนิมิตต์ให้เป็นศาสนสถานที่เอื้อเฟื้อต่อการปฏิบัติภาวนา อันเป็นมงคลสถานแห่งนี้ธำรงอยู่เป็นมรดกธรรมในพระพุทธศาสนาสืบไป

เจดีย์และพิพิธภัณฑ์วัดป่านาคนิมิตต์