วัดป่านาคนิมิตต์
เป็นพื้นที่สืบสานและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแนวปฏิบัติพระพุทธศาสนาฝ่ายอรัญวาสี ( พระป่า ) หรือธรรมยุกตินิกาย
ความเป็นมาของวัด
ราวปี พ.ศ.
2470
พระอาจารย์ใหญ่เสาร์ กันตสีโล พระบูรพาจารย์ใหญ่ ผู้ริเริ่มการถือธุดงควัตร ได้ธุดงรุกขมูลมาปักกลดพำนักบำเพ็ญเพียรภาวนา ณ เสนาสนะป่าบ้านนามน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นผืนป่ารกชัฏขนาดใหญ่ มีบรรยากาศเงียบสงัดเหมาะแก่การเจริญภาวนา โดยท่านได้ปักกลดที่บริเวณห้วยแล้งใต้ต้นมะม่วงป่าใหญ่ ซึ่งอยู่ ใกล้วัดบ้าน (วัดสัมพันธวงศ์ ) โดยตำแหน่งปัจจุบันคือที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์วัดป่านาคนิมิตต์
ราวปี พ.ศ.
2471
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์พระกรรมฐาน ได้ธุดงค์ตามรอยหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล มาพำนักบำเพ็ญเพียรภาวนา ณ เสนาสนะป่าบ้านนามน ท่านพิจารณาเห็นว่าบริเวณเดิมที่หลวงปู่เสาร์เคยปักกลดพำนักเริ่มมีชุมชนหนาแน่น ไม่เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม ท่านจึงย้ายเข้ามาปักกลดพำนักในป่าด้านในที่ชาวบ้านเรียกว่าศาลปู่ตา ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของวัดป่านาคนิมิตต์ หลวงปู่มั่นพำนักได้ไม่นานท่านก็ได้จาริกธุดงค์ขึ้นไปทางภาคเหนือต่อเป็นเวลา 12 ปี
ปี พ.ศ.
2486
ช่วงเข้าพรรษา
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้เดินทางกลับมา ณ มงคลสถานแห่งนี้อีกครั้งเพื่อพำนักจำพรรษา ชาวบ้านจึงได้มีศรัทธาสร้างกุฏิถวาย ซึ่งมีเหตุการณ์เล่าขานต่อมาว่ามีรอยวงกลมปรากฏขึ้นบริเวณตำแหน่งที่จะสร้างกุฏิ ซึ่งหลวงปู่มั่นได้พิจารณารอยนั้นและกล่าวว่าพญานาคมาทำรอยไว้ให้แล้ว จึงให้ชาวบ้านสร้างกุฏิ ณ บริเวณที่พญานาคมาทำเครื่องหมายไว้ให้นั่นเอง ( ในปัจจุบันคือที่ตั้งของอุโบสถวัดป่านาคนิมิตต์ ) แล้วท่านได้ตั้งชื่อวัดให้ตั้งแต่นั้นมาว่า ‘ วัดป่านาคนิมิตต์ ’
ในพรรษานั้นได้มีพระกรรมฐานติดตามมาศึกษาปฏิบัติธรรมกับท่านเป็นจำนวนมาก มีทั้งที่พำนักอยู่ ณ เสนานะป่าบ้านนามนและในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งท่านเหล่านั้นได้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเวลาต่อมา เสนาสนะป่าบ้านนามนในตอนนั้นจึงเป็นเสมือน ‘ ศูนย์กลางการศึกษาธรรมะของพระกรรมฐานฝ่ายวิปัสสนาธุระในประเทศไทย ’ อีกทั้งมรดกธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ได้แสดงธรรมเทศนาในระหว่างการพำนักครั้งนี้ ได้ถูกจดบันทึกไว้โดยหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ซึ่งต่อมาได้เผยแผ่เป็นหนังสือชื่อ ‘ มุตโตทัย ’
ราวปี พ.ศ.
2514
หลวงปู่อว้าน เขมโก บวชได้ 11 พรรษา ท่านได้หวนกลับมาพำนักปฏิบัติธรรม ณ บ้านนามนอันเป็นบ้านเกิดของท่าน และเนื่องจากเสนาสนะป่าแห่งนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นวัด ท่านจึงดำริที่จะรักษาพื้นป่าอันเป็นเขตภาวนาเดิมที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์เคยมาพำนักบำเพ็ญเพียรภาวนา โดยเริ่มจากการกั้นรั้วแบ่งเขตให้ชัดเจนพร้อมทั้งดำเนินการขออนุญาตตั้งวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจดทะเบียนในชื่อ ‘วัดป่านาคนิมิตต์’ ตามที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยให้ไว้ และได้พำนักปฏิบัติธรรมสืบสานข้อวัตรปฏิปทาของบูรพาจารย์แห่งวงศ์พระกรรมฐานฝ่ายวิปัสสนาธุระให้ดำรงอยู่โดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย เป็นแบบอย่างอันมั่นคงให้ศิษยานุศิษย์ได้ยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติสืบต่อมาจวบจนปัจจุบัน
ปี พ.ศ.
2563
คณะศิษยานุศิษย์ตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของมงคลสถานแห่งนี้ พร้อมทั้งมีความประสงค์จัดสร้างพระเจดีย์เพื่อบูชาธาตุขันธ์ของหลวงปู่อว้าน เขมโก จึงได้กราบขอเมตตาจากหลวงปู่ ท่านจึงอนุญาตให้จัดสร้างในชื่อพระมหาธาตุเจดีย์วัดป่านาคนิมิตต์ อีกทั้งยังดำริได้จัดซื้อที่ดินบริเวณที่หลวงปู่เสาร์ เคยธุดงค์มาปลักกลดภาวนาเพื่อธำรงรักษาให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์มรดกทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม สืบทอดมรดกธรรมของสายพระกรรมฐานฝ่ายอรัญวาสีสืบต่อไป
ประวัติหลวงปู่อว้าน
พระราชวชิรเขมคุณ วิ. (หลวงปู่อว้าน เขมโก)
เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2478
ณ บ้านนามน ต. ตองโขบ อ. โคกศรีสุพรรณ จ. สกลนคร
ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 6 ปีกุน
บิดาชื่อ นายออ ศรีบุญโฮม มารดาชื่อ นางคำตา ศรีบุญโฮม
มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 5 คน โดยหลวงปู่เป็นคนสุดท้อง
สารคดีอัตชีวประวัติหลวงปู่อว้าน

ตอนที่ 2
ติดตามหลวงปู่กงมาไปกราบหลวงปู่มั่น

ตอนที่ 3
หลวงปู่อ่อนชวนบวชเณร

ตอนที่ 4
บวชเณรเรียนเพียรศึกษากับหลวงปู่อ่อน

ตอนที่ 5
สึกมารับใช้ชาติ

ตอนที่ 6
กลับมาอุปสมบท

ตอนที่ 7
เพียรภาวนาที่วัดดอย

ตอนที่ 8
ออกธุดงค์

ตอนที่ 9
ธรรมโอสถริมฝั่งโขง

ตอนที่ 10
ลาวัดดอยธรรมเจดีย์

ตอนที่ 11
หวนคืนวัดป่านิโครธาราม

ตอนที่ 12
กลับสู่มาตุภูมิ สร้างวัดป่านาคนิมิตต์
ข้อวัตรและปฏิปทา
หลวงปู่อว้านจะนำพาลูกศิษย์ถือธุคงควัตร 13 อันได้แก่ บิณฑบาตเป็นวัตรและฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร
ท่านยังรักษาปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติตามแนวทางของพระบูรพาจารย์ เน้นเรื่องทำความเพียรเดินจงกรม
ในช่วงเข้าพรรษษท่านจะอ่านและขยายความหนังสือบุพพสิกขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระธรรมวินัย ให้พระเณรได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อดำรงทรงไว้ซึ่งธรรมวินัยอันสมบูรณ์
กฏระเบียบวัดของพระ - เณร
ทำภารกิจส่วนตัว สวดมนต์ทำวัตรเช้า
ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดศาลาฉัน ปูสื่อ จัดอาสนะ จัดวางบาตรและกระโถน
กวาดลานวัด
พระออกบิณฑบาต (สำหรับพระ ซ้อนสังฆาฏิทุกวันยกเว้นวันที่ฝนตก)
ฉันอาหารเช้า หลังฉันเสร็จ ช่วยกันทำความสะอาดเก็บกวาดศาลา
เมื่อกลับถึงกุฏิและเก็บบริขารเรียบร้อยแล้ว ทำความเพียรปฏิบัติธรรม โดยการเดินจงกรม
ฉันปานะ
กวาดใบไม้ลานวัด ทำความสะอาดศาลา
สรงน้ำ
ทำวัตรเย็น
ทำความเพียร เดินจงกรม นั่งสมาธิ จนเวลาสมควรตามอัธยาศัย